พอเขาได้เห็นเราบ่อยๆเจอเราบ่อยๆแล้ว นานๆเข้าเขาจะเริ่มคิดถึงเราขึ้นมาเอง คิดถึงเราบ่อยๆเข้าก็จะเริ่มเปลี่ยนเป็นรักโดยไม่รู้ตัว แต่ต้องไม่ทำให้เขาเสียความรู้สึกนะไม่งั้นก็จะติดแบล็คลิสไปเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ศึกษาโดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกันชื่อRobert Zajonc

ไม่ได้จะเปลี่ยนแนวเป็นเพจความรักเต็มตัวนะ เดี๋ยวจะเข้าเรื่องดนตรีให้ดู555+ ด้วยปรากฏการณ์นี้เขาถึงเอามาใช้กับการโฆษณาสินค้า ที่ออกตามสื่อบ่อยๆ ทำให้คนเห็นบ่อยๆไม่ว่าจะในสื่อโซเชียลในปัจจุบันหรือตามป้ายต่างๆที่คนผ่านเยอะๆ (ถึงว่า ช่วงหลังขึ้นBtsบ่อยๆเริ่มจะชอบของบางอย่างตามป้ายบนนั้นเข้าให้ละ)

พอผมอ่านเจอเรื่องนี้ผมก็นึงถึงเรื่องดนตรีของตัวเอง ที่ผมอยู่กับดนตรีทุกวันนี้ผมรักดนตรีแน่นอน แต่บอกเลยว่าผมไม่ได้ชอบมันตั้งแต่แรกนะ ก่อนจะเริ่มเล่นดนตรีผมรู้สึกเฉยๆกับมันด้วยซ้ำไม่ได้อยากเล่นหรือมีความฝันเรื่องดนตรีเลยสักนิด ที่ผมเริ่มเล่นดนตรีจริงจังครั้งแรกตอนม.1กับวงโยฯ ก็เล่นด้วยความที่ตามเพื่อนมากกว่าที่จะชอบด้วยตัวเอง

ด้วยความที่ต้องเข้าวงเป็นหน้าที่ประจำ เจอเครื่องดนตรีทุกวัน ได้ยินเสียงเพลงทุกวัน เวลาผ่านไปเป็นอาทิตย์ เป็นเดือนเป็นปีมันถึงจะเริ่มรักดนตรีขึ้นมาเองโดยอัติโนมัติ บวกกับการเล่นที่ดีขึ้นเรื่อยๆก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกอยากพัฒนาฝีมือให้เก่งขึ้นไปอี

ผมว่ามันเป็นทฤษฎีเดียวกันนี่แหละ เปลี่ยนผมจากคนธรรมดาที่หาตัวเองไม่เจอ พอได้เจอดนตรีทุกวันสมัยมัธยมเลยรักมันและเป็นสกิลติดตัวจนทุกวันนี้

ต่อมาด้วยความเป็นครูก็จะได้เจอผู้ปกครองนร.หลายคนที่อยากจะปลูกฝังเรื่องดนตรีให้เด็กๆ ผมแนะนำลองใช้วิธีนี้ดูครับ ให้เขาได้เจอสิ่งที่เราอยากให้เขารักบ่อยๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นดนตรีอย่างเดียว เรื่องอื่นๆผมว่าก็เหมือนกัน จากที่ผมเห็นมาเด็กจะรักมันไปเองโดยไม่ต้องบังคับ แต่ถ้าพ่อแม่พยายามฝืนหรือยัดเยียดมากเกินไปนั่นอาจได้ผลตรงข้าม

อยากให้เด็กเล่นดนตรี ก็ต้องเริ่มจากการให้เขาฟังเพลง พาไปดูการแสดงหรือหาโอกาสให้เขาได้ใกล้ชิดกับดนตรี(แนะนำว่าดนตรีสดมากกว่าYoutubeนะครับ มันสร้างแรงบันดาลใจได้ดีกว่ากันเยอะ)

ที่พีคเลยคืออะไรรู้ไหม บางบ้านผมไปสอน พ่อหรือแม่ของนร.จะเรียนด้วยเลย แต่คนละชม.นะไม่ได้เรียนพร้อมกัน ผลคือเด็กจะเห็นตัวอย่างไงครับว่าพ่อแม่ยังเรียนเหมือนเขา เวล่าเขาเล่นหรือซ้อมจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวว่าเล่นดนตรีอยู่คนเดียวทั้งบ้าน การที่บางครั้งได้ในคนในบ้านซ้อมดนตรีเหมือนกันมันเป็นแรงกระตุ้นได้ดีมากๆครับ อันนี้เรื่องจริงเพราะผมเห็นมาด้วยตัวเองหลายบ้านแล้ว (ฉนั้น บางครั้งผู้ปกครองต้องลงทุนให้เวลากับตรงนี้ด้วย)

บางทีลูกจะแอบแข่งกับพ่อแม่ด้วยนะ แอบซุ่มซ้อมให้ครูประทับใจแล้วทำได้ดีเวลาครูมาสอน ส่วนพ่อแม่ติดงานไม่ค่อยได้ซ้อม เวลาเรียนแล้วโดนผมบ่นเขาจะรู้สึกมีกำลังใจที่เขาทำได้ดีกว่า เป็นแบบนั้นไป55+

สรุปคือ ที่บอกไว้ข้างต้นเรื่องเกี่ยวกับจะจีบใครต้องให้เขาเห็นหน้าเราบ่อยๆมันเป็นเรื่องที่ใช้ได้กับทุกเรื่อง อยากให้เด็กชอบอะไรก็ให้เขาได้เจอสิ่งนั้นบ่อยๆโดยไม่บังคับ ตัวเราเองก็เช่นกัน อยากเก่งอะไรก็ให้คลุกคลีกับเรื่องนั้นบ่อยๆ ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีคนทำเรื่องนั้นบ่อยๆมันก็จะยิ่งมีเพื่อนผลักดันเราเข้าไปอีก(ยิ่งอยู่ใกล้คนที่เก่งเรื่องนั้นๆด้วยยิ่งดีเข้าไปใหญ่)

พาตัวเองไปอยู่ใกล้กับสิ่งที่เราชอบ แล้วพอเราได้ลองฝึกฝนมันก็จะเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำมันออกมาจากความชอบของเราเองครับ

ครูเบลล์ ^ ^